วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563

รถถัง M 1 A 1 กับสงครามอีรัก

 

รถถัง  M 1  A  1 กับสงครามอิรักปราบซัดดัม ในปี  2546  

เอ็ม1เอ1 ขณะทำภารกิจลาดตระเวนในอิรักเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2547

การรบต่อมาเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2546 เมื่อกองกำลังสหรัฐเข้าบุกอิรักและขับไล่ผู้นำซัดดัม ฮุสเซนของอิรักออกจากประเทศ เมื่อถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 มีเอบรามส์ประมาณ 80 คันที่เสียหายจนไม่สามารถทำงานได้โดยศัตรู[14] กระนั้น ในปฏิบัติการบุกก็ไม่มีลูกเรือของเอบรามส์คนใดที่เสียชีวิต แม้ว่าการครอบครองที่เกิดขึ้นภายหลังทำให้พวกเขาจำนวนมากถูกสังหารโดยพลซุ่มยิงและกับระเบิด

ความสำเร็จที่ไม่สมดุลที่สุดของเอ็ม1เอ2คือการทำลายรถถังที-72 ไลออนออฟบาบิลอน 7 คันในการรบระยะใกล้ที่ดุเดือด (ด้วยระยะน้อบกว่า 46 เมตร) ใกล้กับเมื่อมาห์เมาดิยาห์ซึ่งห่างจากแบกแดดไปทางใต้ 29 กิโลเมตร โดยฝ่ายอเมริกาไม่มีการสูญเสียเลย[15] นอกจากอาวุธขนาดหนักของเอบรามส์ ลูกเรือบางคนได้เพิ่มอาวุธต่อต้านรถถังพาดไหล่เอ็ม136 เอที4ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาอาจเจอกับรถถังของศัตรูในเขตเมื่องซึ่งปืนใหญ่รถถังไม่สามารถเล็งได้

ด้วยบทเรียนจากปฏิบัติการพายุทะเลทราย เอบรามส์และยานรบอื่นๆ ของสหรัฐที่ใช้ในการรบจะติดตั้งแผงระบุฝ่ายเพื่อป้องกันการยิงพวกเดียวกันเอง พวกมันจะถูกติดตั้งบนด้านข้างและด้านท้ายของป้อมปืน โดยแผงดังกล่าวจะมีภาพกล่องสี่มุมซึ่งติดตั้งอยู่บนแต่ละด้านของป้อมปืน (อย่างที่เห็นในรูปด้านบน) เอบรามส์บางคันก็จะติดตั้งที่เก็บเสบียงเพิ่มที่ด้านหลังของป้อมปืนเพื่อให้ลูกเรือนั้นบรรทุกของได้มากขึ้น

เอบรามส์จำนวนมากถูกทำลาย (เฉพาะคันที่ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้) โดยพวกเดียวกันเองเพื่อไม่ให้พวกมันถูกยึด โดยปกติแล้วจะใช้เอบรามส์อีกคันเพื่อทำลาย ซึ่งพวกมันมักไม่ค่อยถูกทำลายโดยฝั่งตรงข้าม [16]

เอบรามส์ส่วนใหญ่มักได้รับความเสียหายจากระเบิดไออีดี[17]

เอบรามส์บางคันได้รับความเสียหายขณะที่ทหารราบฝ่ายอิรักเข้าบุก บ้างก็ใช้เครื่องยิงจรวดยิงเข้าใส่ที่สายพาน ด้านหลัง และด้านบน ส่วนรูปแบบอื่นั้นจะเป็นการใช้ปืนกลหนักยิงเช้าใส่จุดสำคัญ[18][19]

นอกจากนี้ยังมีลูกเรือของเอบรามส์จำนวนมากที่ถูกสังหารโดยพลซุ่มยิงในขณะที่พวกเขาโผล่ออกมาจากป้อมปืน

เนื่องมาจากความเสียเปรียบของมันเมื่ออยู่ในเมือง จึงมีการสร้างชุดอุปกรณ์อยู่รอดในเขตเมืองของรถถังหรือทัสค์ (Tank Urban Survival Kit, TUSK) ขึ้นมา ซึ่งเอบรามส์บางคนัใช้ มันมีแนมโน้มที่จะเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นเมือง

ในอนาคต[แก้]

ระบบปืนหุ้มเกราะ เอ็ม8 ถูกเชื่อว่าจะเข้ามาร่วมกับเอบรามส์ในกองทัพสหรัฐสำหรับการรบที่เข้มข้นน้อยกว่าเมื่อต้นปีพ.ศ. 2533 คันต้นแบบถูกสร้างขึ้นแต่โครงการก็ถูกยกเลิกไป ระบบปืนเคลื่อนที่ เอ็ม1128 ที่มี 8 ล้อถูกออกแบบขึ้นมาในทางเดียวกัน มันได้เข้าสู่ประจำการและพบว่ามันอ่อนแอ

ระบบรบในอนาคตของกองทัพสหรัฐต้องการหารถถังเข้ามาแทนที่เอบรามส์และโครงการก็ถูกตัดออกจากงบประมาณของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ

เอ็ม1เอ3 เอบรามส์เป็นการออกแบบในช่วงแรก[20][21] กองทัพสหรัฐต้องการสร้างต้นแบบในปีพ.ศ. 2557 และเริ่มทำให้เอ็ม1เอ3 พร้อมเข้าประจำการในปีพ.ศ. 2560

โครงการยานรบภาคพื้นดิน บีซีทีของกองทัพสหรัฐที่กำลังพัฒนา อาจเข้ามาแทนที่เอ็ม1 ทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม กองทัพกล่าวว่าเอบรามส์ยังคงประจำการอยู่ไปจนถึงปีพ.ศ. 2593


ข้อมูลอีกเพิ่มเติม

เอ็ม1 เอบรามส์
บทบาทรถถังหลัก
สัญชาติ สหรัฐ
ประจำการพ.ศ. 2523 – ปัจจุบัน
ผู้ใช้งานดูที่ประเทศผู้ใช้งาน
สงครามสงครามอ่าว
สงครามคอซอวอ
สงครามอิรัก
สงครามอัฟกานิสถาน
ผู้ออกแบบไครสเลอร์ ดีเฟนซ์(ปัจจุบันเป็น เจเนรัล ไดนามิกส์)
บริษัทผู้ผลิตลิมา อาร์มี แทงค์ แพลนท์ (พ.ศ. 2523-ปัจจุบัน)[1]
ดีทรอยท์ อาร์เซนอล แทงค์ แพลนท์ (พ.ศ. 2525-2539)
มูลค่า6.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เอ็ม1เอ2)US$8.92(2559)[2]
จำนวนที่ผลิตมากกว่า 8000 คัน[3]
แบบอื่นดูที่รุ่นต่างๆ
น้ำหนัก61.3 ตัน
ความยาวรวมปืนที่ยื่นออกไปข้างหน้า 9.77 เมตร[4]
ตัวถัง 7.93 เมตร
ความกว้าง3.66 เมตร
ความสูง2.44 เมตร
ลูกเรือ4 นาย (ผู้บังคับการรถถัง พลปืน พลบรรจุ และพลขับ)
เกราะเกราะช็อบแฮม เกราะอาร์เอช แผ่นเหล็กป้องกันยูเรเนียม
อาวุธหลักปืนใหญ่ลำกล้องเกลียวเอ็ม68 ขนาด 105 ม.ม. (เอ็ม1)
ปืนใหญ่ปัจจุบันไร้เกลียวเอ็ม256 ขนาด 120 ม.ม.(เอ็ม1เอ1 เอ็ม1เอ2 เอ็ม1เอ2เอสอีพี)
อาวุธรองปืนกลหนักเอ็ม 2 บราวนิง ขนาด 12.7 ม.ม.หนึ่งกระบอก
ปืนกลเอ็ม240 ขนาด 7.62 ม.ม.สองกระบอก (หนึ่งกระบอกบนฝาครอบ หนึ่งกระบอกข้างปืนหลัก)
เครื่องยนต์ฮันนีเวลล์ เอจีที1500ซี ให้แรงขับ 1,500 แรงม้า
กำลัง/น้ำหนัก24.5 แรงม้า/ตัน
ระบบส่งกำลังอัลลิสัน ดีโอเอ เอ็กซ์-1100-3บี
ระบบช่วงล่างทอร์ชั่นบาร์
ระยะห่างระหว่างตัวถังกับพื้น0.48 เมตร (เอ็ม1 เอ็ม1เอ1)
0.43 เมตร (เอ็ม1เอ2)
ความจุเชื้อเพลิง500 แกลลอน
พิสัย465.29 กิโลเมตร[5]
ติดตั้งระบบป้องกันนิวเคลียร์ชีวะเคมี 449.19 กิโลเมตร
ความเร็วบนถนน: 67.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกถนน: 48.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ข้อมูลจาก เว็บไซท์วิกืพีเดีย  17  ตุลาคม 2553  อัพเดท




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

โพสต์แนะนำมารู้จักอำเภอของเราครับ

ประวัติอำเภอปากช่อง จังหวัด นครราชสีมา

  ประวัติความเป็นมา ของ อำเภอปากช่อง อำเภอใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา   มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย  ที่พัก  อาหารอร่อยๆ  ติดต่อสอบถาม ในเวลาร...

บทความมาใหม่

บทความท้ายเล่ม ทีมงานบล๊อกไทยแลน์

บทความที่ได้รับความนิยม